**ขณะนี้ ร้านเราเปิดให้บริการ เฉพาะออนไลน์ เท่านั้นนะคะ**

 

รบกวนลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน ...

รบกวนพูดคุย กันในไลน์ เท่านั้นนะคะ

*หากลูกค้าต้องการติดต่อสั่งบูชา สั่งจอง สอบถามรายละเอียด*

ติดต่อได้ที่ Line iD : @pnt19 (กรุณาใส่ "@" ด้วย)  ช่องทาง line เท่านั้นนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

สั่งบูชาทาง Line สั่งบูชาทาง Line

ประวัติหลวงพ่อใน (พระครูชยพัฒนาทร) วัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ)

ชีวประวัติพระครูชยพัฒนาการ (หลวงพ่อใน สุนฺทโร)

       เจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง(หนองต่อ) อายุ 57 ปี พรรษาที่ 37 เจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง



เจ้าคณะตำบลหนองแซงเขต 1 หลวงพ่อใน สุนฺทโร เป็นพระเกจิอาจารย์สืบสายเวทย์พุทธาคม สายหลวงพ่อกวย ชุตินธโร จากหลวงพ่อศรีนวล ฐิติสัมปนฺโน วัดท่าทอง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี   สืบสายไสยเวทย์สาย หลวงพ่อศรี วัดพระปรางณ์ จากหลวงพ่อจวน สุจิตโต วัดหนองสุ่ม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี สืบสายเวทย์พุทธาคม สายหลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จากพระครูเกษมชัยคุณ (หลวงพ่อฉาบ) วัดคลองจันทร์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ได้สืบสายไสยเวทย์พุทธาคม สายหลวงพ่อมุ่ย พุทธรักฺขิโต วัดดอนไร่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี จากพระครูวิมลชยานุรักษ์ (หลวงพ่อชุณห์) วัดเนินขาม จ.ชัยนาท ได้เรียนตำราภาษาขอม เขียนอักขระเลขยันต์ จากหมอจู หมอไสยศาสตร์เรืองเวทย์วิทยาคม เชี่ยวชาญเก่งในภาษาขอมมาก


ชาติภูมิ             พระครูชยพัฒนาการ (หลวงพ่อใน สุนฺทโร)  นามเดิมชื่อ ในน้ำแก้ว เกิดวันศุกร์ที่ 18 เดือน มิถุนายน 2508 ปีมะเส็ง  บิดา ชื่อ นายน้อย มารดาชื่อ นางกรุ่น บ้านเลขที่ 26 ม.7 ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา  จ.ชัยนาท มีพี่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 7 คน คือ  1. นางไน้ 2. นายจำเนียน 3. นายจำนงค์  4. นายจำนอง   5. หลวงพ่อใน  6. นางสาวศรีนวล   7. นายรุ่ง   อาชีพทำนา

วิทยฐานะ          พ.ศ.2519 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านสระแก้ว อ.หันคา จ.ชัยนาท

                        พ.ศ.2531 สอบได้นักเอก สำนักเรียนวัดราษฎร์บำรุง คณะจังหวัดชัยนาท

          เมื่อเยาว์วัยเป็นเด็กที่ชอบในการศึกษาเรียนรู้ในสรรพวิชาต่าง ๆ ในพุทธศาสนา ด้านไสยเวทย์พุทธาคม  เป็นคนมีความจำดี พบเจอตำราต่าง ๆ ก็มักจะชอบอ่าน ชอบศึกษา และ ที่ชอบมากที่สุดคือ ด้านเมตตามหานิยม เสน่ห์เมตตา คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย ปัดรังกวาน ขับคุณไสย เมื่อโตเป็นเด็กหนุ่ม ได้เดินทางไปศึกษาเล่าเรียนตำราต่าง ๆ หลายที่ เช่น เดินทางไปศึกษาตำราเก่าแก่ ที่วัดสังฆาราม  อ.สรรบุรี  จ.ชัยนาท วัดมหาธาตุ อ.สรรบุรี จ.ชัยนาท เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา วัดจันทนาราม อ.สรรบุรี  จ.ชัยนาท ได้ศึกษาตำราหลวงพ่อโม พระเกจิอาจารย์ เรืองเวทย์ยุคเก่า แล้วได้ไปวัดโฆสิตาราม อ.สรรบุรี  จ.ชัยนาท  ส่วนใหญ่จะพบเป็นตำราเก่าที่เก็บไว้ในโบสถ์ จึงได้ไปขออนุญาตเจ้าอาวาสในขณะนั้น เพื่อขอศึกษา ซึ่งท่านก็อนุญาตให้ศึกษาได้

อุปสมบท          เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2528  ณ พัทธสีมาวัดท่าทอง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี โดยมี พระครูสุวรรณสันติคุณ วัดท่าเตียน อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์  เจ้าอธิการทองม้วน วัดเขาใหญ่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เป็นพระกรรมวาจารย์ พระศรีนวล ฐิติสมฺปนฺโน วัดท่าทอง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ อุปสมบทแล้วได้รับฉายานามว่า “สุนฺทโร” อุปสมบทแล้วได้จำพรรษาอยู่วัดท่าทอง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จำนวน 1 พรรษา ได้ศึกษาวิชาโหราศาสตร์ และคาถาอาคมต่าง ๆ จากพระครูสุวรรณธรรมรักษ์ (หลวงพ่อผ่อง ฐิตสีโล) เจ้าอาวาสวัดท่าทอง ได้ศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน และ พระคาถาการปลุก วัตถุมงคล ตามสายวิชา หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม  กับ หลวงพ่อศรีนวล ฐิติสัมปนฺโน เป็นพระอาจารย์กรรมฐาน อยู่วัดท่าทอง อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี หลังจากออกจากพรรษา สิ้นฤดูกาลกฐินแล้ว ได้ขออนุญาต หลวงพ่อศรีนวล ออกเดินธุดงค์

ธุดงค์วัตร          พระในสุนฺทโร ได้ขอออกธุดงค์ โดยหลวงพ่อศรีนวล ได้เป็นประธานรุกขมูลให้ ได้มอบกลด และเครื่องอัถบริขารให้ พระในสุนฺทโร ในช่วงเวลานั้น หลวงพ่อใน สุนฺทโร ได้เดินธุดงค์ไปทางภาคเหนือ การเดินธุดงค์จะสมาทานธุดงค์ ถือธุดงค์ คือไม่ขึ้นรถ ไม่สวมรองเท้า ฉันมื้อเดียว ไม่รับปัจจัยอื่นใด เว้นไว้แต่น้ำเท่านั้น ได้เดินผ่านเส้นทาง นครสวรรค์ เข้ากำแพงเพชร ผ่านอำเภอพรายกระต่าย ในวันนั้นพอดีใกล้พบค่ำ จึงได้ไปปักกลดในป่าไผ่ เพื่อพักค้างคืน ในคืนนั้นเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษ ได้จุดเทียนตั้งไว้ในกลม หลวงพ่อใน ได้ออกไปเดินจงกรมอยู่ห่างกลดประมาณ 40 เมตร ในขณะที่จงกรมอยู่สักพัก ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นถึง 3 นัด อยู่ใกล้ ๆ กลด จึงได้รอสักพักหนึ่งแล้วกลับมาที่กลด ได้พบว่า กลมถูกยิงเป็นรูหลายรู จึงได้รู้ว่า เขาหมายชีวิต ถูกลองดีแล้ว ตอนเช้าได้เก็บกลด เพื่อเดินต่อ ออกจากป่าไผ่ เดินต่อไปอีกประมาณ 400 เมตร ได้มีหมู่บ้าน มีผู้คนจำนวนมากนั่งคอยใส่บาตรกัน เมื่อได้รับบาตรและฉันเรียบร้อยแล้ว ได้ธุดงค์ต่อไป มุ่งเดินสู่จังหวัดตาก ผ่านอำเภอโกสัมพีนคร ผ่านวังเจ้า หนองบัวใต้ แล้วเข้าตัวจังหวัดตาก ผ่านแม่พริก เถิน สบปราบ เข้าสู่ลำปาง ลำพูน ผ่าน จ.เชียงใหม่ ไปอำเภอแม่แตง เชียงดาว ฝ่านฝาง เข้าอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย เดินถึง อำเภอแม่สาย แล้วก็กลับ ขากลับได้เดินกลับปกติเหมือนเดินไป  ขากลับได้เข้าพบกราบนมัสการท่านหลวงพ่อจวน สุจิตโต วัดหนองสุ่ม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี กราบนมัสการขอฝากตัวเป็นศิษย์ เพื่อขอศึกษาเล่าเรียน วิปัสสนากรรมฐาน และ ไสยเวทย์พุทธาคม

            หลวงพ่อจวน สุจิตโต ท่านได้ตอบรับจะฝึกสอนให้ และ ได้นัดให้กลับจากธุดงค์ให้เรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อใน ได้กลับจากธุดงค์ เข้าสู่วัดท่าทอง ได้เข้ากราบหลวงพ่อศรีนวล และ หลวงพ่อผ่อง รายงานการธุดงค์ให้ครูบาอาจารย์ทั้ง 2 ทราบ และได้พักอยู่ปฏิบัติรับใช้พระอาจารย์ 1 เดือน ก็ได้กราบลาพระอาจารย์ขอไปเรียนวิชากับหลวงพ่อจวน สุจิตโต วัดหนองสุ่ม อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ซึ่งหลวงพ่อจวน และ หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง ท่าน 2 รูปนี้ ต่างก็เป็นลูกศิษย์ผู้สืบทอดวิชาจากหลวงพ่อศรี วัดพระปรางค์ จ.สิงห์บุรี เมื่อหลวงพ่อใน สุนฺทโร ได้มากราบฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงพ่อจวน วัดหนองสุ่ม แล้ว ท่านได้ถ่ายทอดวิชาคาถาอาคม และ วิปัสสนากรรมฐาน อสุพกรรมฐาน ลงอักขระเลขยันต์และปลุกเสกวัตถุมงคล เรียกสูตร เขียนผงลบผงพุทธคุณ ขับคูณไสย  ป้องกันลมพัดลมเพ คาถาเมตตา ค้าขาย  ทั้งอยู่ยงคงกระพันชาตรี เสน่ห์เมตตามหานิยม แคล้วคลาด ทำน้ำมนต์จินดามณี เสกป้องกันเคี่ยวงา และขับไล่สิ่งอาถรรพ์และอัปมงคล สอนให้หลวงพ่อใน สุนฺทโร จนจบสิ้น  และจากนั้นได้ไปขอเรียนไสยเวทย์

พุทธาคมสายหลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จากพระครูวิมลชยานุรักษ์ (หลวงพ่อชุนท์) วัดเนินขาม จ.ชัยนาท ท่านได้สอนวิปัสสนากรรมฐาน ฝึกจิตสร้างพลังในการปลุกวัตถุมงคล ประจุพุทธคุณ ปลุกธาตุหนุนธาตุ ให้คงอยู่ และวิชาทำขี้ผึ้ง มหาเมตตา เสน่ห์มหานิยม ในพรรษาที่ 3 หลังจากกลับจากธุดงค์แล้ว ได้เดินทางไปขอเรียนไสยเวทย์ พุทธาคมสายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จากพระครูเกษมชัยคุณ (หลวงพ่อฉาบ) วัดคลองจันทร์ อ.หันคา จ.ชัยนาท  ท่านได้สอนคาถาอยู่ยงคงกระพันชาตรีและมหาอุด ทำตะกรุด ทำน้ำมนต์จินดามณีให้ จากนั้นก็ได้ไปหาพระอุปัชฌาย์ พระครูสุวรรณสันติคุณ (หลวงพ่อละม้าย สนฺตกาโม) เจ้าคณะอำเภอเดิมบางนางบวช เป็นพระเกจิอาจารย์สายเมตตา ศิษย์หลวงพ่อกวย และ ขอเรียนวิชาจากพระอุปัชฌาย์ ก็ได้รับการอบรมสั่งสอน และสอนคาถาเมตตามหานิยม ทำมนต์ คาถาจับถอนสิ่งอาถรรพ์ต่าง ๆ เจิมรถ สืบชะตาให้ จากนั้นหลวงพ่อใน สุนฺทโรได้กราบลาพระอุปัชฌาย์ และได้ไปกราบลาหลวงพ่อศรีนวล และ หลวงพ่อผ่อง วัดท่าทอง เพื่อไปปฏิบัติธรรม อยู่ในป่าช้า บ้านทับนา ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท เพื่อเจริญอสุพกรรมฐาน และได้ศึกษาภาษาขอมเขียนขอม เลขยันต์ กับหมอจู หมอไสยศาสตร์ มีความเชี่ยวชาญในภาษาขอมมาก

            เมื่อใกล้เข้าพรรษา ได้มีญาติโยมได้ไปอาราธนาให้มาจำพรรษาที่วัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ) ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท และอยู่จำพรรษาที่วัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ) มาจนถึงทุกวันนี้ และได้ออกธุดงค์ต่อไปทางภาคอีสานอีกหลายครั้ง ในพรรษาที่ 5 ได้ออกธุดงค์ไปภาคอีสาน โดยเดินทางจาก หันคาเข้าบางระจัน สิงห์บุรี เข้าลพบุรี ลำนาราย ผ่านอำเภอลำสนธิ บ้านกลาง จ.เพชรบูรณ์ เข้าพบกราบนมัสการ หลวงพ่อประเทือง วัดหนองอย่างทอย  ได้ขอเรียนรู้วิชาหนังเหนียว หลวงพ่อประเทือง ท่านสอน แนะนำให้ใช้นะฉัตรเพชรตัวเดียว แล้วทำจิตตามสอนสั่งก็เหนียวแล้ว            จากนั้นได้กราบลาไปทางอำเภอเทพสถิต และธุดงค์ผ่าน บำเหน็จณรงค์ จัตุรัส ผ่านเข้า จ.ชัยภูมิ เข้าอ.บัวใหญ่ ผ่านอ.สีดา ไปพุทไธสง เข้านมัสการพระธาตุนาดูน แล้วมุ่งสู้ร้อยเอ็ด ไปถึงนครพนม กราบนมัสการพระธาตุพนม แล้วก็กลับมาทางจังหวัดอุบลราชธานี คำเขื่อนแก้ว ผ่านรัตนบุรี แล้วเข้าจังหวัดสุรินทร์ เข้ากราบหลวงปู่เขียว วัดโพธิ์ศรีธาตุ ผ่านบ้านกรวด ผ่านนครราชสีมา เข้าสู่จังหวัดสระบุรี เข้าอำเภอพุทธบาท แล้วเข้าลพบุรี กลับถึงอำเภอหันคา และกลับสู่ถึงวัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ) หลวงพ่อใน สุนฺทโร จะธุดงค์วัตรอยู่หลายปี โดยสับเปลี่ยนไปทางเหนือหลายครั้ง บางครั้งจะผ่านเข้าไปถึงสหภาพพม่า และธุดงค์ไปทางภาคอีสานหลายครั้ง ซึ่งรายละเอียดขอนำมากล่าวแต่พอสังเขป


งานปกครอง    

พ.ศ. 2532 เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง(หนองต่อ) อ.หันคา จ.ชัยนาท

พ.ศ. 2533 เป็นเจ้าอาวาสวัดราษฎร์บำรุง(หนองต่อ) ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท

พ.ศ. 2542 เป็นรองเจ้าคณะตำบลหนองแซ. อ.หันคา จ.ชัยนาท

พ.ศ. 2549 เป็นเจ้าคณะตำบลหนองแซง เขต 1 อ.หันคา จ.ชัยนาท

พ.ศ. 2551 เป็นพระอุปัชฌาย์ รุ่นที่ 43

สมณะศักดิ์

พ.ศ. 2537 เป็นพระใบฎีกา (ฐานานุกรมใน พระครูชัยคณาทร จ.อ.หันคา)

พ.ศ. 2543 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท

พ.ศ. 2554 เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโท

พ.ศ. 2566 จบปริญญาเอก มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.อยุธยา

ส่งเสริมการศึกษา           ได้เป็นองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดหนองต่อ

งานด้านการศึกษา           เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม

                                      เป็นครูสอน วิชาด้านพุทธศาสนาและศีลธรรมแก่นักเรียนวัดหนองต่อ

ด้านพัฒนาการ   หลวงพ่อใน สุนฺทโร ได้ถูกอาราธนามาอยู่วัดราษฎร์บำรุง ในปีพ.ศ.2532 วัดมีเพียงกฎิหลังเก่าๆ  หลังเดียว หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสด้วยบารมี และแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชน ชาวพุทธ และชาวใน ต.หันคา และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดชัยนาท และ ทั่วไป ได้ร่วมทำบุญสนับสนุน หลวงพ่อใน สุนฺทโร ได้ทำการพัฒนา ก่อสร้างศาลา กุฎิสงฆ์ โบสถ์ และถาวรวัตถุต่างๆ ในวัดอย่างมากมาย วัดได้เจริญขึ้นมาก ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

หลวงพ่อใน (พระครูชยพัฒนาทร) วัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ)

 



วัตถุมงคล         ได้สร้างเหรียญรุ่นแรก (รุ่น๑) ขึ้นในปีพ.ศ.2565 เป็นเหรียญรูปไข่ครึ่งองค์ห่มคลุม ด้านหลังเหรียญยันต์อุบนกลางพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว และ พระอาทิตย์ และ อุล่าง หนุนฐานด้วย มะอะอุ (หัวใจพระไตรปิฎก) เป็นยันต์ที่หลวงพ่อกวย ใช้ลงในพระผงสมเด็จ เหรียญนี้ หลวงพ่อใน สุนฺทโร ทำการอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว สร้างขึ้น 3 เนื้อ (เงิน , อัลปาก้า, ทองแดง) ทางวัดยังมีอยู่ สนใจขอเชิญติดต่อขอบูชาได้ที่วัดราษฎร์บำรุง (หนองต่อ) ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท

 

ที่วัดหนองต่อ ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท มี

 

ระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์     ชื่อหลวงพ่อสำเร็จ เป็นพระยืนขนาดความสูง            เมตร  มีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีคนบนบานให้สอบเป็นครู เข้ารับราชการได้สำเร็จต้องประสงค์มากมาย เช่น บนไข่ เป็นต้น

หลวงพ่อหิน  เป็นพระประจำวัดหนองต่ออีกองค์ ที่ศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐ์อยู่ในวิหาร เป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่กับวัดมาช้านาน ชาวบ้านชอบมากกราบไหว้บนบานศาลกล่าวในเรื่องทั่ว ๆ ไป บ้างก็มีมาบนเป็นนมข้น 1 โหล บ้างก็ 2-3 โหลบ้าง มีการนำเอานมมาแก้บนอยู่เป็นประจำ

น้ำมนต์หลวงพ่อใน สุนฺทโร ประพรมเป็นสิริมงคล เมตตา ค้างขาย หน้าที่การงานก้าวหน้า สำเร็จสมหวังดังใจปรารถนา เฮง ๆ รวย ๆ แคล้วคลาดปลอดภัย หมดสิ้นซึ่งสิ่งอัปมงคล

ได้ทำบุญบูชาวัตถุมงคลหลวงพ่อใน สุนฺทโร เหรียญ พระหล่อเนื้อโลหะเน้นหนักด้านเมตตา มหานิยม อำนาจ คุ้มครองปกป้องรักษา อยู่ยงคงกระพันชาตรี และ มหาอุด แคล้วคลาด ส่วนพระผงทุกอย่างมีส่วนผสมผงพุทธคุณเก่าแก่ และ ว่านยามารวมกับผงพุทธคุณที่เขียนลงอักขระเรียกสูตร ทำนะ และ รวมธาตุ เน้นด้านเมตตา มหานิยม ค้าขาย และ มหาเสน่ห์ คุ้มครองป้องกันภัย จากหลวงพ่อใน เป็นวัตถุมงคลที่เต็มพร้อมไปด้วยพลังความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ บูชาไปห้อยคอสักการะได้อย่างอุ่นใจและ มั่นใจ ให้สาธุชนตั้งมั่นอยู่ในความดี ประพฤติปฏิบัติดี มีศีล 5  สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุณพระคุ้มครองปกปักรักษา

            ที่วัดหนองต่อ มีพระเกจิอาจารย์ ชื่อท่านพระครูชยพัฒนากร (หลวงพ่อใน สุนฺทโร) ปัจจุบันอายุ ๖๐ ปี พรรษาที่ ๔๐ (พ.ศ.๒๕๖๘) เป็นเจ้าอาวาส เป็นพระอุปัชฌาย์ และ เจ้าคณะตำบลหนองแซง เขต๑ มีปฏิปทาน่าศรัทธาเลื่อมใส เคร่งครัดในพระธรรมวินัย บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีด่างพร้อย มีสมาธิมั่นคง มีญาณสมาบัติแก่กล้า เชี่ยวชาญในไสยเวทย์พุทธาคมมาก  เช่นทำสายสิญจน์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านอย่างได้ผลแน่วแน่ เด็กลูกหลานในหมู่บ้านเลี้ยงยาก ร้องไห้กระจองงอแง ไม่หลับไม่นอนทั้งคืน ให้หลวงพ่อในผูกแขนให้ แล้วเลี้ยงง่ายทุกคน ลูกหลานในหมู่บ้านจะเดินทางไปทำงาน ก็จะมาให้หลวงพ่อในผูกแขน เวลาเจ็บป่วยได้ไปรับการรักษา รับการฉีดยาที่โรงพยาบาลเข็มฉีดยาไม่เข้า ผู้คนชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สายสิญจน์หลวงพ่อใน วัดหนองต่อ เหนียวมาก

            หลวงพ่อใน ท่านยังเก่งด้าน ขับคุณไสย ไล่น้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา สืบชะตา ดูฤกษ์ยามแต่งงาน งานมงคลต่าง ๆ ดูฤกษ์ปลูกบ้าน ทิศทางปลูกบ้าน สร้างเรือน ขึ้นเสาร์เอก วางศิลาฤกษ์ เปิดฤกษ์ร้านค้า เจิมป้าย เจิมรถ ถอนสิ่งอัปมงคล ความสามารถและ ความเชี่ยวชาญต่าง ๆ เหล่านี้   ท่านได้ปฏิบัติทำมาตั้งแต่พรรษาที่ 10 ได้ไปช่วยผู้คนกับสิ่งเหล่านี้มาแล้วมากมายนับครั้งไม่ถ้วน ไปมาแล้วหลายจังหวัด เช่น นครสวรรค์ กำแพงเพชร อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี เพียงแต่ไม่เคยเผยแพร่ออกสู่สื่อเท่านั้น

อภินิหาร ความศักดิ์สิทธิ์ เหรียญรุ่น๑ หลวงพ่อใน สุนฺทโร

            เหตุเกิดในวันที่ 14 เมษายน 2568 ร้านขายปุ๋ยเคมีการเกษตร ชื่อร้าน เกษตรชาญ หลังวัดบ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท ทำบุญเลี้ยงพระได้นิมนต์พระไปสวดมนต์ ฉันเพล 9 รูป โดยมีพระวัดหนองต่อ 5 รูป วัดตลุกเชื่อม 4 รูป ในวันนั้น หลวงพ่อใน สุนฺทโร ติดกิจนิมนต์เป็นพระอุปัชฌาย์บวชพระ จึงไม่ได้ไป โดยมีพระกิติพงษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสไปแทน พระกิติพงษ์ ได้เข้าไปที่ตู้วัตถุมงคลหยิบเอาเหรียญรุ่น ๑ หลวงพ่อในไป 1 เหรียญ เพื่อนำไปใส่ขันทำน้ำมนต์เสมือนหนึ่งแทนหลวงพ่อ

            เพื่อเป็นการเพิ่มความเป็นสิริมงคล ศักดิ์สิทธิ์ให้มากยิ่งขึ้น ในขณะก่อนจะเริ่มต้นสวดมนต์ พระกิติพงษ์ กตฺธมฺโม ได้เอาเหรียญรุ่น๑ หลวงพ่อใน สุนฺทโร หยอดลงไปในขันทำน้ำมนต์ แล้ววนสายสิญจน์ รอบขันจูงสายสิญจน์ต่อไปส่งไปยังพระสงฆ์อีก ๘ รูป รวม ๙ รูป ที่ขันทำน้ำมนต์ ได้ตั้งเทียนน้ำมนต์ต้นหนัก 1 บาท เมื่อได้สวดมนต์แล้ว จุดเทียนทำน้ำมนต์ พระได้ทำการสวดมนต์จนบทสวดใกล้จบ เทียนที่ตั้งทำน้ำมนต์ ไส้เทียนไหม้ไปเหลือไม่ถึงครึ่งต้น แต่ก็ปรากฎว่า ไม่พบน้ำเทียนละลายหยดลงสู่ขันน้ำมนต์เลย ทางเจ้าภาพในงาน และญาติต่างเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันแปลก ทำไมไม่มีน้ำเทียนละลายหยดลงขันเลย  ทางเจ้าภาพจึงได้เข้ามาบอก พระกิติพงษ์ ๆ จึงได้แนะกับทางเจ้าภาพว่า ให้เจ้าภาพจุดธูป แล้วขอบารมี หลวงพ่อใน ให้น้ำเทียนละลายหยดลงขันเพื่อเป็นสิริมงคล ในฤกษ์ยามนี้หลังจากที่ได้ปักธูปลงกระถางธูป น้ำเทียนก็ละลายหยดลงสู่ขันทันทีในพริบตาเดียว ชาวบ้านที่มาในงาน ต่างตกใจ และ เกิดศรัทธาในพุทธคุณ อภินิหารของเหรียญรุ่น๑ หลวงพ่อใน ที่พระกิติพงษ์ ได้ใส่ไว้ในขันทำมนต์

ด้านปลุกเสกวัตถุมงคล

            หลวงพ่อใน สุนฺทโร หรือ พระครูชยพัฒนากร ได้รับนิมนต์ไปร่วมพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล ตามวัดต่างๆ มานานหลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัดตามท้องถิ่น ภายในอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดชัยนาท และ จังหวัดใกล้เคียง เช่น นครสวรรค์ สิงห์บุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และ อ่างทอง ผู้ที่ได้สัมผัสใกล้ชิด จะรู้ว่า หลวงพ่อใน สุนฺทโร ท่านปลุกเสกวัตถุมงคล เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์มาก โดยเฉพาะด้านพุทธคุณอยู่ยงคงกระพันชาตรี และ มหาอุด เมื่อปลายปี67 ได้มีเหตุลอบสั่งหารชายหนุ่มผู้หนึ่ง ไม่สามารถออกนามได้ ได้ทำงานอยู่ในกลุ่มบริวารของผู้มีอำนาจอิทธิพลกลุ่มหนึ่ง ได้เกิดความเข้าใจผิดเรื่องผู้หญิง ได้ถูกลอบซุ้มยิงด้วยอาวุธปืน 3 กระบอก ตัวผู้ถูกยิงได้ตกหล่นลงไปในคลอง ที่เกิดเหตุ เก็บปลอกกระสุนได้ 18 ปลอก แต่พบว่า ตัวผู้ถูกลอบยิง นั้น เสื้อผ้าถูกระสุนยิงขาดกระฉุย แต่ตัวของผู้ถูกยิง ไม่เป็นอะไรเลย ไม่พบลูกกระสุนทะลุเข้าร่างกายเลยแม้แต่นัดเดียว พบว่าในคอของเค้าแขวนพระเหรียญหล่อ ของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ซึ่งจากคำบอกเล่าของเค้าว่า เหรียญที่แขวนอยู่นั้นเป็นเหรียญพระปลอมเหรียญหนึ่ง ที่เช่ามาจากตลาดพระพญาไม้ในราคา 100 บาทเท่านั้น แต่ว่าซึ่งตัวเค้า นั้นได้นำเหรียญนี้ไปให้หลวงพ่อใน ช่วยอธิษฐานจิตปลุกเสกให้ก่อนขึ้นคอบูชา หลวงพ่อใน สุนฺทโร ท่านเสกวัตถุมงคล ให้อย่างศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังมาก มีไสยเวทย์แก่กล้า มีสมาธิจิตที่ศักดิ์สิทธิ์แน่วแน่ วัตถุมงคลที่ผ่านการเสกจากท่านจึงเชื่อถือได้ทุกองค์

 

ศรัทธาบารมีหลวงพ่อใน สุนฺทโร

            เสือมเศวร ยอมรับเลื่อมใส ศรัทธาบารมี ในองค์หลวงพ่อใน ยิ่งนัก ที่เสือมเศวร นั้นมีพระคาถากัมบังดีมาก ไม่มีใครสามารถถ่ายรูปเสือมเหศวรได้ แต่หลวงพ่อใน ได้ใช้วิชาสะกดมนต์ขลังของเสือมเหศวร ได้ ทำให้สามารถถ่ายรูปเสือมเหศวรได้ ซึ่งเสือมเหศวร ไม่สามารถเลี่ยงหลวงพ่อในได้เลย หลวงพ่อใน ได้เดินทางไปพักที่วัดเขารังไก่ เสือมหเศวรได้หนีไปพบหลวงพ่อในหลายครั้ง และอาศัยอยู่บ้านไผ่นกยูง ได้มีงานฝั่งลูกนิมิต ก็ได้มากราบพบหลวงพ่อในหลายครั้ง

 
หลวงพ่อใน สุนฺทโร เหยียบแผ่นดินแก้อาถรรพ์

            เกาะเมืองท้าวอู่ทอง เป็นเกาะอาถรรพ์มาแต่โบราณ เป็นเกาะใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 100 กว่าไร่ ตั้งอยู่กลางบึงกระจับ มีเนื้อที่ประมาณ กว่า 2,000 ไร่ ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท

            เกาะเมืองท้าวอู่ทอง เป็นเกาะอาถรรพ์ น้ำมามากเพียงใด ก็ไม่ปรากฏน้ำท่วม ทั้ง ๆ ที่พื้นที่เกาะต่ำเตี้ยกว่าพื้นดินท้องนาข้างบึง น้ำมาสูงมากเท่าไร เหมือนเกาะเมืองท้าวอู่ทองลอยขึ้นทุกครั้ง เป็นที่สาธารณะเหมือนเมืองร้าง มีต้นกร้างต้นใหญ่หลายคนโอบหลายต้น รอบบึงมีถ้ำจระเข้ มีศาลาร้าง ที่พระสงฆ์บวชใหม่แล้วมาอยู่เกาะจัดปริวาส ได้สร้างพระพุทธรูปปูนต์ปั้นองค์ใหญ่องค์หนึ่ง ชื่อ หลวงพ่อเนรมิตร ต่อมาทางการ ทางจังหวัดและ อ.บ.ต.อำเภอหันคา ได้จัดงบไปทำโครงการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ได้ระดมเครื่องจักร รถแทรกเตอร์ รถแมคโคร รถไถ่ ดนต่างๆ ไปดำเนินการพัฒนาเกาะเมืองท้าวอู่ทอง แต่แค่ติดเครื่องเริ่มดำเนินการ รถแมคโคร และรถแทรกเตอร์ เครื่องยนต์ก็เกิดขัดข้อง เครื่องยนต์ดับหมด ไม่สามารถทำงานได้ ต้องเอาเครื่องมือกลับ และ งานได้หยุดเลิกล้มไป และต่อมาอีกเป็นปีก็ได้มีการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถทำงานได้อีกเช่นเดิม ได้เคยเชิญหมอพิธีต่างๆ มาทำพิธีขออนุญาต ขอขมา บ่วงสรวง ถึง 2 ครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ต่อมาได้มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านได้แนะนำให้เดินทางไปให้หลวงพ่อใน สุนฺทโร นั่งพิจารณาดูทางใน แนะให้ไปขออนุญาต ขอขมาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะจุดอาถรรพ์บนเกาะเมืองท้าวอู่ทอง และได้นิมนต์หลวงพ่อใน สุนฺทโร ไปช่วยเหยียบแผ่นดิน ผืนดินบนเกาะเมืองท้าวอู่ทอง และนั่งวิปัสสนาขออนุญาตในเวลา 23.39 น.ในคืนวันนึงของปีพ.ศ.2564 ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ก็สามารถดำเนินการพัฒนาเกาะเมืองท้าวอู่ทองได้ มาจนถึงปัจจุบันนี้

            ณ เกาะเมืองท้าวอู่ทอง แห่งนี้ในปัจจุบัน ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ นานา ให้ปรากฏเห็นอยู่เสมอ เพียงแต่สถานที่แห่งนี้สามารถดำเนินการพัฒนาต่อไปได้เท่านั้น