**ขณะนี้ ร้านเราเปิดให้บริการ เฉพาะออนไลน์ เท่านั้นนะคะ**

 

รบกวนลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน ...

รบกวนพูดคุย กันในไลน์ เท่านั้นนะคะ

*หากลูกค้าต้องการติดต่อสั่งบูชา สั่งจอง สอบถามรายละเอียด*

ติดต่อได้ที่ Line iD : @pnt19 (กรุณาใส่ "@" ด้วย)  ช่องทาง line เท่านั้นนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

สั่งบูชาทาง Line สั่งบูชาทาง Line

ประวัติหลวงพ่อชั้น วัดบางสาม

ปีพ.ศ.2553 อายุ 67 ปีพรรษาที่46 เจ้าอาวาสวัดบางสาม

ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

 


          พระเกจิอาจารย์จอมขมังเวทย์เชี่ยวชาญทำตะกรุดมหาอุด คงกระพันชาตรี จารอักขระเลขยันต์บริกรรมภาวนาเรียกสูตรปลุกเสกในน้ำลึก ตามตำราวิชาหลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม หลวงพ่อช้าง วัดศิลามูล มีพุทธคุณเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลเกิดพุทธานุภาพ อยู่ยงคงกระพันชาตรี มหาอุด แคล้วคลาด มหานิยม มหาเสน่ห์ กลับร้ายให้เป็นดี ถ้าดีก็ยิ่งดีมากเป็นทวีคูณ หลวงพ่อชั้นเป็นพระเกจิอาจารย์เปี่ยมล้นด้วยเมตตาบารมี น่าศรัทธาเลื่อมใสกราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ

          ชาติภูมิ
          หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ   มีนามเดิมว่าชั้น สินทองเอี่ยม ถือกำเนิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2486 เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 2 คนด้วยกันคือ 1.นายชู 2.หลวงพ่อชั้น ของโยมพ่อบัว โยมแม่ฟู ณ.บ้านไผ่เดาะ ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรีจบการศึกษาชั้น ป.4 ทีวัดบางสามอาชีพทำนา

          อุปสมบท
          ครั้นเมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ได้อุปสมบท ณ พัทธสีมา วัดบางสาม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ.2507 โดยมีพระครูเขมานุโยค (หลวงพ่อชุน โยคเขโม) เป็นพระอุปัชญาย์ พระอธิการจันทร์ วัดสำเภาทอง เป็นพระกัมวาจาจารย์  พระผล ปริปุณโณ วัดบางสาม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลวงพ่อชั้น ได้รับฉายาว่า อินทปัญโญ ครั้นอุปสมบทแล้วอยู่จำพรรษาที่วัดบางสามศึกษาพระธรรมวินัยอยู่รับใช้ใกล้ชิดหลวงพ่อชุน โยคเขโม โดยตลอด

          ศึกษาพุทธาคม
          หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ   เริ่มศึกษาพุทธาคมเมื่ออายุได้ 17 ปี โดยมีโยมพ่อบัว สินทองเอี่ยม ได้รับการถ่ายทอดวิชาไสยเวทย์และการทำตะกรุดนะคงคา   จากหลวงปู่ช้าง วัดศิลามูล ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม ได้นำมาถ่ายทอดให้หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ เป็นสุดยอดวิชาไสยเวทย์และพิธีกรรมที่เข้มขลังสืบทอดมาแต่โบราณ ตั้งแต่ก่อนยุดหลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า หลวงปู่นาค โชติกมหาเถร วัดห้วยจรเข้ จ.นครปฐม พระเกจิอาจารย์ที่ได้สร้างพระปิตตามหาอุด เนื้อเมฆพัด นะคงคาหรือเรียกกันว่าพระปิตตาพระครูนาค วัดห้วยจรเข้นั่นเอง พิธีกรรม จารอักขระเลขยันต์แล้วนำลงไปในน้ำความลึกไม่น้อยกว่า 4 เมตรแล้วลงไปนั่งบริกรรมพระคาถาเรียกสูตรปลุกเสกจะเกิดพุทธคุณเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ด้านมหาอุดและอยู่ยงคงกระพันชาตรี คงทนต่อสัตราวุธทั้งปวง ไม่สามารถทำอะไรได้แม้องค์คุลี ทำให้พระปิตตาพระครูนาค มีค่านิยมเล่นหากันราคาองค์ละหลายแสนบาท พระครูนาคเป็นพระเกจิอาจารย์อาวุโส เกิดประมาณปีพ.ศ.2368 ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์ตำแหน่งพระครูปาจิณทิศบริหาร(นาค โชติกมหาเถร) 
          ทีแรกหลวงปู่นาค ท่านจำพรรษาอยู่วัดพระปฐมเจดีย์และต่อมาในปีพ.ศ.2440 ได้เป็นผู้ดำเนินการสร้างวัดห้วยจรเข้ขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดห้วยจรเข้ หลวงปู่นาคมีชื่อเสียงเก่งเรื่องคงกระพันชาตรีชื่อเสียงโด่งดังมาก ก็มีหลวงปู่ช้าง ซึ่งถิ่นกำเนิดของท่านเป็นชาวบ้านไผ่หูช้าง อ.บางเลน จ.นครปฐม ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดศิลามูล ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม   ซึ่งเป็นรุ่นน้องหลวงปู่นาค เพราะหลวงปู่ช้างเกิดประมาณปีพ.ศ. 2400 จะมีอายุต่างวัยน้อยกว่าหลวงปู่นาคประมาณ 30 ปี หลวงปู่ช้างมีความเลื่อมใสศรัทธาในไสยเวทย์พุทธาคมต่าง ๆ ของหลวงปู่นาคมาก จึงได้เดินทางมาศึกษาและแลกเปลี่ยนวิชาพุทธาคมกับหลวงปู่นาค ได้เรียนวิชาทำการปลุกเสกวัตถุมงคลด้วยนะคงคาและเรียกสูตรจำแนกนำเอานะปัตตลอดคงคามาใช้เป็นวิชาที่มีพุทธคุณเข้มคลังศักดิ์สิทธิ์รอบจักรวาล หลวงปู่ช้างเป็นพระเกจิอาจารย์รุ่นราวคราวเดียวกับหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก เคยทดลองวิชากัน หลวงพ่อทาสู้หลวงปู่ช้างไม่ได้ ยอมรับหลวงปู่ช้างเป็นพระอาจารย์ สำหรับวัตถุมงคลหลวงปู่ช้างนั้นได้เคยสร้างไว้แล้วแจกให้ศิษย์และชาวบ้านมีเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ ตะกรุดและลิงไม้แกะ อย่างอื่นไม่ปรากฏในยุคนั้นตะกรุดหลวงปู่ช้างดังมาก เก่งด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรีและมหาอุด จะขอกล่าวถึงลุงบัว สินทองเอี่ยม ซึ่งเป็นโยมพ่อหลวงพ่อชั้น ได้เป็นลูกศิษย์ติดตามรับใช้ใกล้ชิดหลวงปู่ช้าง เวลาหลวงปู่ช้างสร้างตะกรุดแจก ไม่เคยได้เลยแม้สักดอกถูกชาวบ้านขอไปจนหมดก่อนทุกที หลวงปู่ช้าง ได้เรียกเด็กชายบัวในขณะนั้นอายุประมาณ 14 ปี หลวงปู่กล่าวว่า บัว เวลาแจกตะกรุดเอ็งมาช้ากว่าเขาทุกที หลวงปู่จะสอนวิชาให้เองเอาไปทำเองโดยหลวงปู่ กำหนดให้มาเรียนตอนบ่ายอาทิตย์ละ 2 วัน บางอาทิตย์ก็ 1 วัน สอนให้เด็กชายบัวอยู่ประมาณ 7 อาทิตย์ก็สามารถเรียนรู้ฝึกฝนจนชำนาญนำไปทำได้ ตั้งแต่หลวงปู่ช้างถึงปัจจุบันเวลาผ่านไปมากกว่า 150 ปี ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีพระเกจิอาจารย์รูปใดได้ใช้วิชานี้ทำวัตถุมงคลและเสกวัตถุมงคลในน้ำเลย นับว่าได้ขาดช่วงและหายสาบสูญไปนาน ก็นับเป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้มีลุงบัว สินทองเอี่ยม โยมพ่อของหลวงพ่อชั้นที่ได้รับสืบทอดสุดยอดวิชาไสยเวทย์จากหลวงปู่ช้าง วัดศิลามูล แล้วนำมาถ่ายทอดให้หลวงพ่อชั้น ซึ่งหลวงพ่อชั้นในระหว่างนั้นอายุประมาณ 17 ปี ยังไม่ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ต่อมาหลังจากหลวงพ่อชั้นได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้วในปีพ.ศ.2514 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางสาม พ.ศ.2528 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัจญาย์ พ.ศ.2538 รับการแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นโท วันที่ 13 ธันวาคม 2550 นี้ได้รับสมณศักดิ์พัดยศเป็นพระครูชั้นเอก หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ ก็ได้เริ่มทำตะกรุดนะปัตตลอดนะคงคา เรื่อยมาทำครั้งละ 50 ดอกบ้าง 100 ดอกบ้าง และได้ไว้สำหรับแจกพระภิกษุสงฆ์ที่ลาสิกขา สึกจากพระไปและชาวบ้าน ซึ่งมีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์และเกิดอภินิหารประสบการณ์มาก จะนำไปกล่าวในข้อภาคประสบการณ์ สำหรับวิชาที่หลวงพ่อชั้นได้มีพิธีกรรมปลุกเสาวัตถุมงคลนั้น มีข้อกำหนดในหลักวิชาว่า ในสถานที่ที่จะทำการลงไปในน้ำทำการเสกตะกรุดวัตถุมงคลนั้นจะต้องเป็นน้ำไหลเท่านั้น จะเป็นน้ำที่ไม่ไหลหรือบ่อลึกมากแค่ไหนเพียงใดก็ใช้ไม่ได้ สำหรับสถานที่ที่หลวงพ่อชั้น ทำพิธีและเสกนะคงคาและนะปัตตลอดคงคานั้นเป็นปากคลอง อำเภอสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ติดกับวัดบางสาม ได้นำเอาวัตถุมงคลตะกรุดที่ได้จารอักขระเลขยันต์แล้วนำลงไปในคลองลึกปากคลอง อำเภอสองพี่น้อง ลึกประมาณ 4 เมตรในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงอยู่เหนือตรงกลางศีรษะพอดีทำการเรียกสูตลบริกรรมพระคาถาจนครบโองการช่วงอึดใจก็เป็นใช้ได้ ในวันเพ็ญเดือน12 ที่หลวงพ่อได้ทำพิธีจะมีผู้คนและชาวบ้านจำนวนมากมานั่งและยืนคอยหลวงพ่อชั้นอยู่บนชายฝั่งคลองจำนวนมาก คอยรับแจกและบูชาวัตถุมงคลตอนหลวงพ่อทำพิธีเสร็จขึ้นจากน้ำสด ๆ ร้อน ๆ ชาวบ้านต่างก็กล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์และเข้มขลังยิ่งนัก บางคนก็ลงไปตักน้ำในคลองในช่วงนั้นไปเป็นหัวเชื้อผสมใส่น้ำ ไปรดต้นไม้และข้าวในนา กล่าวกันว่าพืชผลทั้งข้าวงอกงามได้ผลสมบูรณ์มาก และเป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ที่ต่างฉงนสนเท่ใจยิ่งนัก ที่บรรดากุ้งหอยปูปลาจะมาอยู่ในบริเวณที่หลวงพ่อชั้นทำการเสกนะคงคาและนะปัตตลอดคงคาชุกชุมมาก ซึ่งในอดีตในสมัยที่ยังไม่เคยมีพิธีกรรมจะหาปลาได้ยาก ส่วนใหญ่จะออกสู่แม่น้ำท่าจีนหมด ในโลกปัจจุบันผู้คนมากนับวันปลาจะเหลือน้อยแต่กลับมีเพิ่มและเจาะจงมาอยู่ที่บริเวณปากคลองแห่งนี้ นอกจากวิชานะคงคาและนะปัตตลอดคงคาแล้วหลวงพ่อชั้น ยังได้เล่าเรียนสืบสายวิชา สมถกัมฐาน วิปัสสนากัมฐาน และอสุพกัมฐาน จากพระอนิโชภิกขุ (หลวงพ่อขอม) วัดไผ่โรงวัว หลวงพ่อขอมเป็นลุงของหลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ ท่านเจริญอสุพกัมฐานอยู่ในป่าช้าถึง 40 ปี หลวงพ่อขอม ท่านอุปสมบทที่วัดบางสาม   โดยมีหลวงพ่อเหนี่ยง วัดสองพี่น้องเป็นพระอุปัชญาย์ ได้จำพรรษาอยู่วัดบางสาม 7 พรรษา ต่อจากนั้นก็ไปอยู่ป่าช้า วัดไผ่โรงวัว ฝึกฝนเจริญวิชาอสุพกัมฐาน สมถกัมฐานและวิปัสสนากัมฐานจนสำเร็จญาณสมาบัติชั้นสูง ท่านเคยมรณภาพไปครั้งหนึ่งแล้วกลับฟื้นคืนชีพมา สร้างวัดไผ่โรงวัวจนเสร็จและกว้างใหญ่ไพศาล สร้างหลวงพ่อพระพุทธโคดม เนื้อโลหะที่เคยได้เชื่อว่าสูงใหญ่ที่สุดในโลกในเวลานั้น ในวิชาอสุพกัมฐาน จะต้องอยู่ป่าช้าและเพ่งศพเป็นเนือง ๆอยู่เสมอ ถึงที่สุดจะสำเร็จอสุพกัมฐานได้จะต้องสามารถใช้สมาธิจิตที่แก่กล้าพลังอำนาจจิตเพ่งจนศพที่นอนตายอยู่สามารถยืนขึ้นได้ จิตต้องไม่ไหวหวั่นสพึงกลัว   เมื่อหลวงพ่อชั้น ได้ทราบว่าหลวงลุง (หลวงพ่อขอม)ได้สำเร็จอสุพกัมฐาน ก็ได้เดินทางจากวัดบางสาม ซึ่งอยู่ไม่ห่างไกลกับวัดไผ่โรงวัวไปฝึกฝนและเล่าเรียนวิชาอสุพกัมฐาน จากพระอนิโชภิกขุ (หลวงพ่อขอม) หลวงพ่อขอมได้ให้หลวงพ่อชั้น นั่งวิปัสสนากัมฐานในป่าช้าในยามค่ำคืนก่อนเป็นเวลา 1เดือนหลังจากนั้นก็ให้ฝึกเพ่งซากศพอยู่เป็นประจำ จนหลวงพ่อชั้นมีจิตนิ่งไม่ไหวหวั่นวอกแวกหรือเกิดอาการกลัวปฏิบัติจนชิน ต่อจากนั่นจะให้เพ่งซากศพครั้งละนาน ๆ ทำการเจริญอสุพกัมฐานถึง 3 ปีกว่า ได้เรียนรู้และเข้าใจเชี่ยวชาญในอสุพกัมฐาน หลวงพ่อชั้น ยังได้รับการถ่ายทอดวิชาทำน้ำมนต์ ไสยเวทย์ เวทย์มนต์ คาถา ลงกระหม่อม ลงนะหน้าทองทางด้านเมตตามหาเสน่ห์ ค้าขายและคงกระพันชาตรี วิชาขับคุณไสย และป้องการคุณไสย ทั้งวิชาทำผงอิธิเจ ผงปัทมัง ตามสายวิชาหลวงพ่อเหนี่ยง และหลวงพ่อโหน่ง จากท่านพระครูเขมานุโยค (หลวงพ่อชุน โยคเขโม) วัดบางสาม หลวงพ่อชุนนั้นท่านเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงพ่อเหนี่ยง ได้รับการถ่ายทอดวิชาไสยเวทย์พุทธาคมจาก พระครูวินยานุโยค (หลวงพ่อเหนี่ยง) พร้อมหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน หลวงพ่อชุนและหลวงพ่อโหน่ง เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน พระครูวินยานุโยค (หลวงพ่อเหนี่ยง) วัดสองพี่น้องท่านเป็นน้าของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระมงคลเทพมุณี (หลวงพ่อสด) ก็ได้รับการถ่ายทอดพุทธาคมจากหลวงพ่อเหนี่ยงก่อนที่ท่านไปอยู่วัดปากน้ำครูอาจารย์และพระอาจารย์ที่หลวงพ่อชั้นได้สืบทอดพุทธาคมมานั้น ล้วนเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสี่ยงเชี่ยวชาญเรืองเวทย์ในพุทธาคมเป็นที่ยอมรับเป็นที่รู้จักศรัทธาเลื่อมใสกันทั้งประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 
          พระเกจิอาจารย์แต่ละอาจารย์ที่ได้กล่าวมานั้นล้วนมีวัตถุมงคลเป็นยอดนิยมเป็นที่ต้องการมีไว้บูชาและเล่นหากันแพงมากทั้งนั้น วัดบางสาม เป็นศูนย์รวมสำหรับการทำบุญและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวบ้านถึง 3 ตำบล เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก เมื่อถามชาวบ้านถึงวัตถุมงคล ทุกคนจะกล่าวถึงตะกรุดหลวงพ่อชั้น เวลานี้ทางวัดได้ดำเนินการสร้างเหรียญรุ่นแรก รูปหล่อเหมือนรุ่น๑ ,พระปิตตายันต์ยุ่งรุ่น๑,ตะกรุดหล่อรุ่น๑, พระคงปั้มรุ่น๑, พระสมเด็จเนื้อผงรุ่น๑  ซึ่งรายละเอียดการสร้างเนื้อหาสาระการบูชาจะนำเสนอลงในหน้าโฆษณาต่อไป  สำหรับวัตถุมงคลรุ่นนี้ หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ วัดบางสามได้ทำการปลุกเสกอธิฐานจิตเดี่ยว ในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำพระจันทร์เต็มดวง ตอนเที่ยงคืนของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา
          โดยเริ่มต้นพิธี ได้มีการตั้งศาลพิธีบวงสรวงมีเครื่องเส้นต่าง ๆ และบายศรีครบครันตามพิธีบวงสรวงของพระวันรัตวัดป่าแก้ว บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เทวดา อาลักษณ์ทั้งหมายทั้งปวง บวงสรวงอันเชิญหลวงปู่นาค วัดห้วยจรเข้ หลวงปู่ช้าง วัดศิลามูล ได้รับเชิญบอกกล่าวให้มาร่วมเสกวัตถุมงคลให้เกิดพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์ โดยได้ทำการบวงสรวงในช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2550   ต่อจากนั้นตอนบ่าย พระสงฆ์ภายในวัดบางสามได้ช่วยกันจัดนำเอาวัตถุมงคลจำนวน 15 ลังใส่ลงในซุ้มกระเช้าพิธี มีราชวัฒน์ ฉัตร ธง พร้อมทั้งโยงสายสินอย่างเรียบร้อย ในตอนเย็นได้มีพระสงฆ์จำนวน 9 รูป ทำการสวดมนต์และพระคาถา ธรรมจักรกัปปะวัฒนะสูตร เสร็จแล้วรถเครน (รถยก)ขนาด 25 ตันได้ทำการปล่อยสายลวดสลิง ทำการผูกสายลวดสลิงโยงติดกับกระเช้าพิธี 4 ด้านอย่างเหนียวแน่น เตรียมพร้อมคอยรอฤกษ์เวลาพระจันทร์เต็มดวงตอนเที่ยงคืน ในเวลารอฤกษ์พิธีปลุกเสกอยู่นั้น ได้มีพุทธศาสนิกชนผู้คนและชาวบ้านมายืนดูและคอยร่วมในพิธีอยู่ชายฝั่งคลองจำนวนมาก ทางกรรมการวัดได้นำเอาไม้ไผ่เลี้ยงลำยาวหลายวา ไปปักลงที่กลางคลองในจุดที่จะปล่อยกระเช้าพิธีลงไป ในคืนวันนั้นเป็นช่วงที่อากาศค่อนข้างจะหนาวเย็นและน้ำในคลองไหลเชี่ยว สังเกตลำไม้ไผ่ที่ปักไว้ในคลองได้โยกโย้เย้สั่นไหวอย่างแรกอยู่ตลอดเวลา ก่อนถึงเวลาได้ฤกษ์ประมาณ 15 นาที พิธีก็ได้เริ่มขึ้นได้มีการจุดธูปจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัยและชุมชนเทวดา บอกกล่าวแม่พระคงคา ต่อจากนั้นพระสงฆ์ 9 รูปได้สวดชยันโตพระคงคา รถเครนได้ยกหิ้วนำเอากระเช้าพิธีวัตถุมงคลขึ้นสู่กลางอากาศสูงประมาณ 25 เมตร แล้วยื่นไปสู่กลางแม่น้ำปากคลองสองพี่น้อง แล้วได้ปล่อยสายสลิง ให้กระเช้าพิธีค่อย ๆ หยอดตัวลงไปในกลางแม่น้ำอย่างช้า ๆ จนได้ความลึกไม่น้อยกว่า 4 เมตร(2 วา) กระเช้าพิธีและวัตถุมงคลได้จมลงไปอยู่ในน้ำจนเหลือให้เห็นฉัตร เพียงบางส่วนเท่านั้น    เมื่อก่อนได้ฤกษ์อีก 2 นาที หลวงพ่อชั้นได้นั่งเรือที่พระสงฆ์ได้เตรียมไว้ไปสู่กลางแม่น้ำ ท่านได้กลั่นใจอธิฐานจิตต่อแม่พระคงคาและเอามือจับลำไม้ไผ่ที่กลางแม่น้ำ แล้วดำน้ำลงไปปลุกเสกวัตถุมงคลในน้ำ โดยใช้เวลาช่วงอึดใจก็ใช้ได้ เป็นเสร็จพิธีการนับเป็นพิธีการที่เข้มขลังศักดิ์สิทธิ์น่าทึ่งมาก เป็นที่ตื่นตาตื่นใจของผู้คนที่มาร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง เมื่อหลวงพ่อชั้นจากน้ำขึ้นสู่ฝั่งแล้ว รถเครนก็ได้ทำการหิ้วยกกระเช้าพิธีและวัตถุมงคลขึ้นจากน้ำ ผู้คนรู้สึกตื่นเต้นมาก ในขณะที่กระเช้าพิธีได้ลอยขึ้นจากน้ำ น้ำที่ได้เข้าไปขังอยู่ในกระเช้าและลังต่าง ๆ ได้ไหลออกจากระเช้าตกลงสู่พื้นเหมือนสายฝน เป็นที่ประทับใจของผู้คนอย่างมาก เมื่อกระเช้าพิธีและวัตถุมงคลได้วางลงสู่พื้นที ผู้คนต่างฮือตู่กันเข้ามายื้อแย่งสายสินกันเต็มไปหมด นับได้ว่าเป็นพิธีการปลุกเสกในน้ำที่อลังการและเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ เป็นพิธีการที่น่าศรัทธาเสื่อมใสและหาดูได้ยาก สำหรับวัตถุมงคลรุ่นนี้ ทางวัดจะนำออกให้ผู้มีจิตศรัทธาและพุทธศาสนิกชนได้บูชาในเร็ว ๆ นี้ เชิญติดต่อขอบูชาได้ที่วัดบางสาม ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โทร 035-584299 

          อภินิหารและประสบการณ์ตะกรุด
          ตะกรุดมีอภินิหารและประสบการณ์ นายชุม ชูเนตร ชอบเลี้ยงไก่ชนได้เอาไก่ไปชนในบ่อน ไก่นายชุม ทีแรกทำทีจะแพ้ ไม่มีใครเล่นแล้ว นายชุม เป็นเจ้าของไก่ได้เอาตะกรุดหลวงพ่อชั้น อธิษฐานให้ช่วยให้ไก่ชนะ ได้เอาตะกรุดที่อธิษฐานแล้วแช่ลงในน้ำ เอาน้ำให้ไก่กินแล้วไก่ของนายชุม ก็กลับแข็งแรงอย่างประหลาดใจ และก็ตีชนะทันที
          ประสบการณ์นายสมชาย นาถบุตร ชาวบ้านไผ่เดาะ เลขที่ 35 หมู่ 7 ต.บางตะเคียน จ.สุพรรณบุรี วันลาสิกขาบท สึกจากพระที่วัดบางสาม หลวงพ่อชั้นได้มอบตะกรุดไปให้ใช้ติดตัวดอกหนึ่งหลังจากนั้น 3 วัน นายสมชาย ได้ถูกคู่อริเก่าดักยิงระยะกระชั้นชิดปรากฏว่านายสมชาย นาถบุตร โดนยิงไม่ออก และนายสมชายได้ยิงคู่อริบาดเจ็บสาหัส เรื่องนี้เกิดขึ้นรู้กันทั้งหมู่บ้าน เรื่องราวตะกรุดหลวงพ่อชั้นมีมาก บางคนพกติดตัวและทำหล่นหาย จุดธูปบอกเล่ากลับคืนมาได้ บางคนหายกลับวัดก็มี ประสบการณ์นายนที ชาลีชัย อยู่เลขที่ 237 หมู่3 ต.บางตะเคียน ได้บูชาตะกรุดหลวงพ่อชั้นติดอยู่ในตัวเพียงดอกเดียว ได้มีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นแถวหน้าวัดไผ่โรงวัว เกิดการชกต่อยกันขึ้น นายนที ชาลีชัย เห็นทางทีไม่ดีเพราะฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมาก จึงรีบขี่มอเตอร์ไซค์หนีกลับบ้านอย่างรวดเร็ว กลุ่มวัยรุ่นประมาณ 10 กว่าคนได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์พร้อมอาวุธปืนตามไล่ล่า นายนที มาอย่างไม่ลดละ นายนที รีบเร่งขี่รถหนีมาด้วยความเร็ว พอหนีมาจนถึงบ้านซึ่งอยู่ติดกับข้างถนน ได้ทิ้งรถไว้กับข้างต้นมะขามข้างบ้าน แล้วรีบหลบไปซุ้มอยู่อีกฝั่งคลอง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้าน กลุ่มวัยรุ่นได้ตามมาถึงบ้าน โดยมีรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากส่งเสียงจ้าละหวั่นไปหมด สักพักใหญ่ก็เงียบลง วัยรุ่นกว่า 10 คนนั้น ได้ซุ่มตัวหลบอยู่ในพุ่มไม้ นายนที ชาลีชัย เข้าใจว่าฝ่ายตรงข้ามคงจะกลับกันหมดแล้ว จึงได้เดินข้ามสะพานไม้จะกลับเข้าบ้าน ทันใดนั้นกลุ่มวัยรุ่น ได้หันปากกระบอกปืนจำนวนไม่น้อยกว่า 5 กระบอกต่างได้ยิงไปที่ตัวนายนที ส่งเสียงร้องว่า เฮ้ย ทำไมยิงไม่ออก ของกูก็ยิงไม่ออก นายนที พอรู้ว่าโดนยิงแต่ไม่ออกก็ได้ชักปืน .38 ยิงสวนไปยังกลุ่มวัยรุ่นถึง 4 นัด เมื่อเสียงปืนดังสนั่น กลุ่มวัยรุ่นผู้หนึ่งร้องว่ากูโดนยิง เฮ้ย รีบถอยก่อนโว้ย เป็นการยิงต่อสู้กันเหมือนในหนัง นายนที กล่าวว่าที่เขารอดตายมาได้เพราะบูชาตะกรุดหลวงพ่อชั้นอยู่ในตัวเพียงดอกเดียว ประสบการณ์ครั้งที่ 2 ของนายนที ทำงานอยู่ ร.ป.พ.ทหาร กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ระหว่างทางขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน โดนรถตู้ขับปาดหน้า นายนที ขี่รถหลบรถตู้ไปชนกำแพงรั้วกระทรวงสาธารณสุข รถแหลกบู้บี้ทั้งคัน แต่นายนที ไม่รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ประสบการครั้งที่ 3 นายนที ไปตลาดบางหลวง โดนคู่อริดักตีศีรษะ ในขณะกำลังจะขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน รถถึงกับล้มคว่ำ ร่างของนายนที ตกจากรถอย่างแรง แต่ปรากฏว่าศีรษะที่โดนตีนั้นไม่แตก และไม่บาดเจ็บแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่าตะกรุดหลวงพ่อชั้นมีพุทธคุณศักดิ์สิทธิ์สามารถคุ้มครองป้องกันให้ นายนที รอดพ้นจากอันตรายมาได้ตลอด
          นางฉันทนา ชาลีชัย เป็นพี่สาว นายนที ชาลีชัย บ้านอยู่ข้างสายเจ้าพ่อเสือตลาดบางแค เป็นช่างเสริมสวย เมื่อทราบถึงประสบการณ์พุทธคุณตะกรุดหลวงพ่อชั้น ก็ได้ศรัทธาเดินทางมาวัดบางสาม ขอบูชาตะกรุดกับหลวงพ่อชั้นเมื่อปีพ.ศ. 2549 และได้บูชาติดตัวมาตลอด ทำให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองประสบผลสำเร็จมาโดยตลอด ได้ไปเปิดร้านเสริมสวยตัดแต่งขนตาที่หน้าห้างโลตัสแคราย มีชื่อเสียงโด่งดังถึงออกรายการทีวี ซึ่งแต่ก่อนชีวิตลำบากมาก ไม่มีเงินทอง ได้บูชาตะกรุดหลวงพ่อชั้นติดตัวก็ดีวันดีคืน นอกจากนั้นตะกรุดยังช่วยให้นางฉันทนา รอดพ้นจากอุบัติเหตุ รถได้เกิดชนประสานงากันถึง 2 ครั้ง ซึ่งนางฉันทนา ไม่ได้บาดเจ็บใด ๆ เลย   *นางสุริน สว่างใจธรรม บ้านอยู่ซอยศิริชัย1 จ.นนทบุรี ได้บูชาตะกรุดหลวงพ่อชั้น ได้เกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ขับรถแหกโค้งรถคว่ำไม่เป็นไรเลย และครั้งที่ 2 ขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อของถูกรถแท็กซี่ชนจนรถเครื่องกระเดนไปเป็นวา แต่นางสุริน ก็รอดพ้นอันตายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด
          นางชิ้น รุ่งเจริญ บ้านอยู่สี่แยกบางสาม ไม่สบายมีอาการแน่นหน้าอก ได้มาที่วัดบางสาม เพื่อจะมาขอน้ำมนต์หลวงพ่อชั้นไปดื่ม เพื่อจะได้ช่วยอาการแน่นหน้าอกให้หาย ด้วยแรงศรัทธาเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของน้ำมนต์หลวงพ่อชั้น แต่พอเดินทางมาถึงวัดบางสาม ก็ปรากฏว่าไม่พบหลวงพ่อชั้น ท่านไปกิจนิมนต์ ได้พบกับพระต้อย สนฺตมโน พระลูกวัด นางชิ้น  ได้เล่าถึงจุดประสงค์ที่จะมาขอน้ำมนต์หลวงพ่อชั้น พระต้อย สนฺตมโน จึงได้แนะนำ นางชิ้น ว่า ลองเอาตะกรุดหล่อของหลวงพ่อชั้น ที่อาตมาใช้อยู่มาทำน้ำมนต์ดื่มก่อน เพราะมีคนเคยใช้ได้ผลมาแล้ว นางชิ้น ก็เห็นดีด้วย พระต้อย จึงได้หยิบเอาตะกรุดหล่อที่พระต้อยใช้อยู่ แล้วนำเอาขันใส่น้ำมา ได้อาราธนาตะกรุดหล่อแล้วจุ่มลงไปในขันน้ำแล้วแกว่ง  จากนั้นก็ได้มอบให้นางชิ้น รุ่งเจริญ ดื่มเมื่อนางชิ้นได้ดื่มน้ำในขันแล้ว ประมาณ 7-8 นาที ผลปรากฏว่า อาการแน่หน้าอกของนางชิ้น ก็หายเป็นปกติ สร้างความประหลาดใจแก่นางชิ้น ยิ่งนัก แล้วนางชิ้นก็กราบนมัสการลาพระต้อยกลับบ้านไป หลังจากนั้นมาอีก 3 เดือนต่อมา ลูกชายนางชิ้น รุ่งเจริญ ชื่อนายสมโภชณ์ รุ่งเจริญ พักอยู่กรุงเทพฯ เป็นเจ้าของรถเมล์เล็กสาย 75 กทม. ถูกภรรยาน้อยให้หมอเขมรทำคุณไสยน้ำมันพราย ใส่อยู่ในตัวของนายสมโภชน์ เพื่อให้นายสมโภชณ์บ้าและคลั่งใคร่ หลงใหล เมื่อนางชิ้น รุ่งเจริญ ได้ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงรีบไปวัดบางสาม ขอยืมตะกรุดหลวงพ่อชั้น จากพระต้อย วัดบางสาม ไปคาดไว้ที่เอวของนายสมโภชน์ รุ่งเจริญ เมื่อคาดตะกรุดไว้ที่เอวผ่านไปเพียง 15 นาที ปรากฏว่าได้มีน้ำมันไหลออกจากตัว ทั้งแขนและขา ตามตัวของนายสมโภชน์ จนหมดและนายสมโภชน์ ได้หายเป็นปกติแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง นางชิ้น รุ่งเจริญ บ้านอยู่สี่แยก ก่อนถึงวัดบางสามประมาณ 150 เมตร เรื่องที่ปรากฏเป็นที่รู้กันทั่วในละแวกนั้น

          อภินิหารและประสบการณ์เหรียญรุ่นแรก พ.ศ.๒๕๕๐
          ร.ต.ต. สมศักดิ์ แช่มพร ประจำสถานีตำรวจภูธรอำเภอพนมทวน จ.กาญจนบุรี ได้บูชาเหรียญรุ่นแรกปี2550 ของหลวงพ่อชั้น อยู่ในตัวเพียงเหรียญเดียว  ภารกิจในการติดตามจับตัวคนร้ายในครั้งหนึ่ง  คนร้ายมีการต่อสู้กันใช้อาวุธปืนขนาน 9 มม. ยิงใส่ ร.ต.ต. สมศักดิ์ แช่มพร อยู่หลายนัด ปรากฏว่ากระสุนด้านยิงไม่ออก ยิงจนปืนกระบอกนั้นชำรุดเสียหายใช้การไม่ได้ ร.ต.ต. สมศักดิ์ หลังจากจับคนร้ายได้แล้ว เมื่อเสร็จภารกิจหน้าที่ประจำวันกลับถึงบ้านยังติดใจสงสัยอยู่ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ปืนคนร้ายที่ยิงมาทำไมยิงไม่ออก หรือปืนไม่ดีชำรุดรึป่าวถึงยิงไม่ออก ร.ต.ต.สมศักดิ์ จึงได้นำเหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อชั้นมาทดลองยิงที่บ้านดูใหม่อีกครั้ง ก็ยิงไม่ออก และปรากฏว่าไกปืนเกิดชำรุดใช้การไม่ได้ในทันที เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ร.ต.ต.สมศักดิ์  จึงได้เดินทางมากราบนมัสการ หลวงพ่อชั้น แล้วได้กล่าวยืนยันไว้กับพระสงฆ์หลายรูปต่อหน้าหลวงพ่อชั้น และได้กรุณาเขียนบันทึกข้อมูลและเรื่องราวประสบการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ที่วัดบางสามอย่างละเอียด เรื่องประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่าเหรียญรุ่นแรกหลวงพ่อชั้น อินฺทปัญโญ มีพุทธคุณโดดเด่นเรื่อง แคล้วคลาด อยู่ยงคงกระพัน และมหาอุดเป็นที่เชื่อถือได้

          
          อภินิหารและประสบการณ์รูปหล่อเหมือนรุ่น๑
          นายทอน มีสมมาส  อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 บ้านบางแม่หม้าย อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี มีเรื่องทะเลาะกันกับพ่อค้าขายผักคน้าตัดหน้ากัน นายทอน โดนยิงด้วยปืนลูกซองเบอร์20 เข้าเต็มหน้า ปรากฏว่ายิงไม่เข้า นายทอน ได้ห้อยคอบูชารูปหล่อเหมือนรุ่น๑ หลวงพ่อชั้นอยู่ในคอเพียงองค์เดียว สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ นายทอน เชื่อว่า เป็นเพราะรูปหล่อเหมือนรุ่น ๑ ของหลวงพ่อชั้น ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ ช่วยชีวิต นายทอน มีสมมาสไว้

          อภินิหารและประสบการณ์ลิงให้โชคลาภ
          นางบัวแก้ว สังขริตน์ อยู่บ้านเลขที่ 95/20 ถนนอักษะ แขวงทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ได้ไปบูชาลิงของหลวงพ่อชั้นมา แล้วถูกหวยล็อตเตอรี่รางวัลที่ 3  งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2551 ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อชั้น วัดบางสาม แล้วไปบูชามาจากวัดเพิ่มอีกหลายตัว พร้อมกับเล่าเรื่องนี้ให้พระสงฆ์ที่วัดฟังว่า ที่ได้บูชาหลายตัวเพราะมีเพื่อนฝากมาด้วย รู้สึกดีทางค้าขาย และโชคลาภ นางบัวแก้ว สังขรินต์ กล่าว

          อภินิหารและประสบการณ์เวทมนต์หลวงพ่อชั้น ศักดิ์สิทธิ์
            หลวงพ่อชั้น มีวิชาขับคุณไสยด้วยเวทย์มนต์ โดยเฉพาะโรคผิวหนัง เช่นไฟลามทุ่ง และงูสวัด ท่านใช้เวทย์มนต์คาถาปัดเป่าให้ยุบหายได้ทันตาเห็น

 

          พัฒนา
          พระครูอินทปัญญาธร (หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ) ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางสามในปีพ.ศ.2514 และต่อมาในปีพ.ศ.2530 ได้เลื่อนสมณะศักดิ์เป็น พระครูอินทปัญญาธร  ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบางสามมาถึงปัจจุบันเป็นเวลา 36 ปี ได้ทำการสร้างสรรค์ถาวรวัตถุและพัฒนาวัดบางสามจนได้เจริญรุดหน้าและสะดวกในการทำพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง ในอดีตวัดนี้อยู่ในที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำท่าจีน เป็นท้องนาน้ำจะท่วมเสมอ แต่ก่อนนี้วัดนี้จะหันหน้าวัดลงแม่น้ำท่าจีน เพราะชาวบ้านจะมาวัดบางสามจะใช้ทางเรือเสียส่วนใหญ่  ต่อมาถนนหนทางดีขึ้นชาวบ้านเปลี่ยนจากการใช้เรือมาเป็นใช้รถ ในปีพ.ศ.2540 หลวงพ่อชั้น อินทปัญโญ จึงได้ให้ทำการสร้างซุ้มประตูวัดให้ติดกับถนนขึ้นเปิดทางเข้าวัดใหม่และได้นำจตุปัจจัยจากการทำบุญของพุทธศาสนิกชนและชาวบ้านมาทำการถมที่วัดให้สูงขึ้นบนเนื้อที่ 20 ไร่ ได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นซึ่งเป็นอุโบสถหลังใหญ่ให้สะดวกแก่การประกอกศาสนกิจของสงฆ์และสร้างศาลาอเนกประสงค์ กุฏิสงฆ์และศาลาเมรุเก่าชำรุดทรุดโทรม ปัจจุบันได้ทำการก่อสร้างศาลาเมรุขึ้นใหม่อยู่ริมแม่น้ำหลังวัดและกุฏิสงฆ์อีกจำนวนมากที่ชำรุดทรุดโทรม หลวงพ่อดำหริว่าจะต้องทำการซ่อมแซมและพร้อมก่อสร้างขึ้นใหม่  ซึ่งจะต้องใช้จตุปัจจัยและทุนทรัพย์อีกจำนวนมากและจะต้องพัฒนาไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเรียบร้อยและเสร็จสมบูรณ์นอกจากนี้หลวงพ่อชั้น ยังได้เป็นองค์ประธานอุปถัมภ์โรงเรียนวัดบางสามตลอดมา

          เส้นทางเดินทางไปวัดบางสาม
          เริ่มเดินทางเส้นทางกรุงเทพฯ – สุพรรณบุรีไปถึงตลาดอำเภอลาดบัวหลวง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอสองพี่น้องถึงป้ายบอกทางเลี้ยวขวาเข้า บ. บางแม่หม่าย 1 กิโลครึ่ง ก็ถึงวัดบางสาม อยู่ด้านขวาติดทางลาดยางถึงวัดสะดวกสบาย ขอเชิญท่านพุทธศาสนิกชนเดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อชั้น เป็นสิริมงคล ได้นำพาให้ชีวิตเจริญรุ่งเรืองและก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

 


ขอกราบขอบพระคุณ หลวงพ่อชั้น เจ้าอาวาสวัดบางสาม จ.สุพรรณบุรี 
คุณมนตรี แก้วพิจิตร เอื้อเฟื้อภาพ และ ข้อมูล